Current Record: นายสุวิทย์ พลศรีพิมพ์

นายสุวิทย์ พลศรีพิมพ์

1. ปัญหาโดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงสุดไปหาค่าต่ำสุดดังนี้ ด้านบริหารบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ และด้านบริหารงานทั่วไป
2. ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในแต่ละด้าน พบว่า ด้านงบประมาณ ด้านบริหารบุคคล ด้านบริหารทั่วไป และโดยภาพรวม มีปัญหาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านวิชาการมีปัญหาไม่แตกต่างกัน เมื่อทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษากับครูผู้สอน และครูผู้สอนกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านงบประมาณ ด้านบริหารบุคคล ด้านบริหารทั่วไป และในภาพรวม มีปัญหาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน และจำแนกตามขนาดของโรงเรียนที่ปฏิบัติงาน พบว่า ทั้งในภาพรวมและรายด้านมีปัญหาไม่แตกต่างกัน
4. ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้แก่ ควรให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีส่วนร่วมกำหนดแผนพัฒนา กำกับติดตาม ประเมินผลงานบุคลากรร่วมกับสถานศึกษามีความสำคัญเป็นอันดับ 1 รองลงไปคือ ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ดำเนินการตัดสินใจวางแผน โดยยึดหลักการกระจายอำนาจในด้านงานวิชาการร่วมกับสถานศึกษา ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ดำเนินการและกำกับติดตามงานของสถานศึกษาทุก ๆ ด้าน อย่างต่อเนื่องและควรสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการประจำปี และวิธีบริหารงบประมาณของสถานศึกษา ตามลำดับ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6104
ชื่อผลงานวิจัย สภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมา
หัวข้อ(Eng) Conditions and Problems in Performing Duties of the Foundation Education School Boards in the Secondary Schools under the Department of the General Education in Nakhon Ratchasima
คำสำคัญ(keyword) สภาพและปัญหาปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นายสุวิทย์ พลศรีพิมพ์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Suwit Polsripim
ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน ระดับ 7
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
สถานที่ติดต่อ 751 หมู่ 9 ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โทร 0-4466-1495
สถานศึกษา โรงเรียนสาหร่ายวิทยาคม ต.โนนตูม อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา (สังกัดกรมสามัญศึกษา)
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
สถานที่จัดเก็บผลงาน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
ประวัติความเป็นมา(history) เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกรมสามัญศึกษามีคุณภาพ ประสิทธิภาพและสังคมได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา กรมสามัญศึกษามีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กรรมการนักเรียน และบทบาทของผู้ปกครอง ตลอดจนอาสาสมัครในการมีส่วนร่วมต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้เกิดความเข้มแข็ง (กรมสามัญศึกษา 2545 : 11) และปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2543 โดยได้มอบหมายให้หน่วยศึกษานิเทศก์ร่วมกับผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ช่วยบริหารสถานศึกษา ผู้แทนกองต่างๆ ดำเนินการจัดทำแนวปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และดำเนินการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้เกี่ยวข้อง

ในการดำเนินงานของคณะกรรมการสถานศึกษาที่ผ่านมายังมีปัญหาและอุปสรรค เช่น การประสานงานระหว่างสถานศึกษากับคณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวคือ สถานศึกษายังมีความจำเป็นในการปฏิบัติงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และกรมสามัญศึกษาอย่างเคร่งครัด เพราะการกำกับติดตาม หรือบังคับบัญชายังเป็นลักษณะรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง ทำให้ไม่คล่องตัวในการบริหาร สถานศึกษาขาดอำนาจการตัดสินใจในการจัดการศึกษาให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น ไม่เอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง และรับผิดชอบการจัดการศึกษาภายในท้องถิ่น ส่วนในด้านของคณะกรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา พบว่า คณะกรรมการบางแห่งยังไม่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความยากจน การอุทิศเวลา การเสียสละ ความรู้ความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะหรือให้คำปรึกษาแก่สถานศึกษา และนอกจากนี้ยังพบว่า คณะกรรมการสถานศึกษามาจากบุคคลหลากหลายอาชีพ บางคนมาจากนักการเมืองท้องถิ่น บางคนมาจากผู้มีอิทธิพล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะได้คณะกรรมการจากชุมชนในเขตบริการใกล้กับสถานศึกษา บางแห่งอาจได้มีความรู้ความสามารถ แต่บางแห่งได้คณะกรรมการที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อเข้ามาเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาแล้วการปฏิบัติหน้าที่ก็อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ เช่น เกิดการแตกแยกทางความคิดและผลประโยชน์ ขาดความสามัคคีในหมู่คณะ ทำให้มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการในการจัดการศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการ 2541 : 10) แต่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนับว่าเป็นเรื่องใหม่ เพราะเพิ่งมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นในปีการศึกษา 2543 ซึ่งนับว่าเป็นคณะบุคคลที่มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกับทางสถานศึกษาในด้านวิชาการ งานบริหารงบประมาณ งานบริหารบุคคล และงานบริหารทั่วไป

ดังนั้นในฐานะผู้วิจัยเป็นผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ในการบริหารการจัดการศึกษาของโรงเรียนซึ่งจะต้องมีการประสานสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับชุมชน สังคม และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาเพื่อให้สามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของท้องถิ่น ตลอดทั้งการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำผลการวิจัยมาใช้เป็นแนวทางและเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาการศึกษาให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

แนวคิด(concept) 1. การบริหารโรงเรียน ประกอบด้วยเนื้อหา คือ ความหมายของการบริหารและการบริหารโรงเรียน กระบวนการบริหารโรงเรียน รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียน บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียน

2. การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วยเนื้อหา คือ ลักษณะของมัธยมศึกษา และหน้าที่ของโรงเรียนมัธยมศึกษา

3. แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนของกรมสามัญศึกษา ประกอบด้วยเนื้อหา คือ แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การบริหารโรงเรียนตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียน มาตรฐานคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา

4. หลักการและแนวคิดพื้นฐานการกระจายอำนาจทางการศึกษา ประกอบด้วยเนื้อหา คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา การบริหารและการจัดการศึกษา การกระจายอำนาจการบริหารการจัดการศึกษา การปฏิรูปโรงเรียนและสถานศึกษา

5. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยเนื้อหา คือ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2543 บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สงกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ตามความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. เพื่อเปรียบเทียบสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน และการปฏิบัติงานในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน
สมมุติฐาน(assumption) 1. สภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแตกต่างกัน
2. สภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามประสบการณ์การทำงานและการปฏิบัติงานในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน มีความแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ประกอบด้วย 3 กลุ่มคือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 108 คน ครูผู้สอน จำนวน 4,626 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1,620 คน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนคราชสีมา ปีการศึกษา 2544 รวมจำนวนประชากร 6,354 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่
1. ผู้บริหารสถานศึกษา คือประชากร
2. ครูผู้สอน ใช้การสุ่มจากประชากรโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามตารางสำเร็จรูปของ ทาโร ยามาเน่ (Taro Yamane) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95.5 เปอร์เซ็นต์ ระดับความคลาดเคลื่อน 5 เปอร์เซ็นต์ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 350 คน หลังจากนั้นทำการสุ่มแบบระดับชั้น (Stratified Random Sampling) ตามขนาดของโรงเรียนคือ ขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ให้กระจายไปตามสัดส่วน
3. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานใช้การสุ่มจากประชากรโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามตารางสำเร็จรูปของ ทาโร ยามาเน่ (Taro Yamane) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95.5 เปอร์เซ็นต์ ระดับความคลาดเคลื่อน 5 เปอร์เซ็นต์ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 320 คน หลังจากนั้นทำการสุ่มแบบระดับชั้น (Stratified Random Sampling) ตามขนาดของโรงเรียน คือ ขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ คณะกรรมการที่มาจากผู้แทนศิษย์เก่า ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน และผู้ทรงคุณวุฒิตามสัดส่วน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่
1. ผู้บริหารสถานศึกษา
1.1 ประสบการณ์ในการทำงาน จำแนกได้ดังนี้
- ประสบการณ์การบริหารงานน้อยกว่า 5 ปี
- ประสบการณ์การบริหารงาน 5 ปี ถึง 10 ปี
- ประสบการณ์การบริหารงานมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป
1.2 ขนาดของโรงเรียนที่ปฏิบัติงาน จำแนกได้ดังนี้
- โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ
- โรงเรียนขนาดใหญ่
- โรงเรียนขนาดกลาง
- โรงเรียนขนาดเล็ก
2. ครูผู้สอน
3. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตัวแปรตาม ได้แก่ สภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานใน 4 ด้าน ได้แก่
1. งานวิชาการ
2. งานงบประมาณ
3. งานการบริหารบุคคล
4. งานบริหารทั่วไป
คำนิยาม(defination) สภาพการปฏิบัติหน้าที่ หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่ตามแนวปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2543 ทั้ง 4 ด้าน คือ
1. งานวิชาการ
2. งานงบประมาณ
3. งานการบริหารบุคคล
4. งานบริหารทั่วไป
ปัญหา หมายถึง สภาพและอุปสรรคในการเข้ามามีส่วนร่วในสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
งานวิชาการ หมายถึง การให้ความเห็นชอบและการมีส่วนร่วมในการจัดทำสาระหลักสูตร ให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
งานงบประมาณ หมายถึง การให้ความเห็นชอบและการมีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการบริหารงบประมาณ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ การตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล
งานการบริหารบุคคล หมายถึง การให้ความเห็นชอบและการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการด้านการบริหารงานบุคคล
งานบริหารทั่วไป หมายถึง การให้ความเห็นชอบและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านการบริหารทั่วไป
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2543 ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้แทนศิษย์เก่า ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน และผู้ทรงคุณวุฒิ
เครื่องมือ(tool) เครื่องที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยลักษณะเป็นข้อคำถามแบบตรวจสอบรายการ (Check Lists)
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ข้อคำถามครอบคลุมสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบริหารบุคคล และด้านบริหารทั่วไป มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
ตอนที่ 3 เป็นคำถามปลายเปิด (Open Form) เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงประจักษ์ (Face Validity) จากผู้ทรงคุณวุฒิ ทำการปรับปรุงและนำไปทดลองใช้ วิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อ โดยใช้ t-test ปรากฏว่าได้ค่า t อยู่ระหว่าง 2.075 – 9.539 และวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของ Cronbach ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .9866
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยส่งแบบสอบถามไปสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้แจกแบบสอบถามไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมาทุกโรง เพื่อตอบแบบสอบถามในกลุ่มเป้าหมาย แล้วขอรับคืนโดยส่งแบบสอบถามคืนมาที่โรงเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนด แบบสอบถามส่งไปจำนวน 778 ฉบับ ได้รับกลับคืน มาจำนวน 626 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 80.46
การวิเคราะห์(analysis) ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ดังนี้
1. การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ (Percentage) เสนอข้อมูลเป็นตารางจำนวนร้อยละ
2. การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ที่มีต่อสภาพและปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์ด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) จัดอันดับปัญหา เสนอข้อมูลเป็นตารางประกอบคำอธิบาย
3. การวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประสบการณ์การทำงานของผู้บริหารสถานศึกษาและการปฏิบัติงานในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกันของผู้บริหารสถานศึกษา โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – way Analysis of Variance) เมื่อพบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย ในแต่ละด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ตามวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe’ Method) กำหนดค่าสถิติมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอแนะที่เป็นคำถามปลายเปิด วิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่หาค่าร้อยละ (Percentage)
ข้อสรุป(summary) 1. ปัญหาโดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงสุดไปหาค่าต่ำสุดดังนี้ ด้านบริหารบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ และด้านบริหารงานทั่วไป
2. ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในแต่ละด้าน พบว่า ด้านงบประมาณ ด้านบริหารบุคคล ด้านบริหารทั่วไป และโดยภาพรวม มีปัญหาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านวิชาการมีปัญหาไม่แตกต่างกัน เมื่อทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษากับครูผู้สอน และครูผู้สอนกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านงบประมาณ ด้านบริหารบุคคล ด้านบริหารทั่วไป และในภาพรวม มีปัญหาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน และจำแนกตามขนาดของโรงเรียนที่ปฏิบัติงาน พบว่า ทั้งในภาพรวมและรายด้านมีปัญหาไม่แตกต่างกัน
4. ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้แก่ ควรให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีส่วนร่วมกำหนดแผนพัฒนา กำกับติดตาม ประเมินผลงานบุคลากรร่วมกับสถานศึกษามีความสำคัญเป็นอันดับ 1 รองลงไปคือ ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ดำเนินการตัดสินใจวางแผน โดยยึดหลักการกระจายอำนาจในด้านงานวิชาการร่วมกับสถานศึกษา ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ดำเนินการและกำกับติดตามงานของสถานศึกษาทุก ๆ ด้าน อย่างต่อเนื่องและควรสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการประจำปี และวิธีบริหารงบประมาณของสถานศึกษา ตามลำดับ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
1. ด้านวิชาการ ผลจากการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ดำเนินการตัดสินใจ วางแผน โดยยึดหลักการกระจายอำนาจในงานวิชาการการร่วมกับสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละสูงสุด ดังนั้นจึงควรจัดให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประชุมสัมมนา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ การจัดโครงสร้างหลักสูตร การจัดทำหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
2. ด้านงบประมาณ ผลจากการวิจัยพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการประจำปี และวิธีบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา คิดเป็นค่าร้อยละสูงสุด ดังนั้นควรประชุมสัมมนา สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และการบริหารงบประมาณ
3. ด้านบริหารบุคคล ผลจากการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วม กำหนดแผนพัฒนา กำกับ ติดตาม ประเมิน ผลงานของบุคลากรร่วมกับสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละสูงสุด ดังนั้นสถานศึกษาควรเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการกำหนดแผนพัฒนา กำกับ ติดตาม ประเมิน ผลงานของบุคลากร และสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ในด้านการบริหารบุคคล
4. ด้านบริหารทั่วไป ผลจากการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมในการกำหนด นโยบายดำเนินการ และกำกับติดตามงานของสถานศึกษาทุกเรื่องอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละสูงสุด ดังนั้นสถานศึกษาควรส่งเสริมการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานมากกว่านี้ เพื่อสนองเจตนารมย์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยต่อไป
1. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับผลการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เพื่อจะได้ทราบแนวทางการพัฒนาและความก้าวหน้า การเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. ควรทำการวิจัยเพื่อทราบสาเหตุและอุปสรรค การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เพื่อปรับปรุง แก้ไข สนับสนุน ส่งเสริมการเข้ามามีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดการศึกษา
3. ควรมีการวิจัยคุณลักษณะที่ดีของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาสรรหาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved