ผลงานวิจัย

สำนักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์ - thaied

Current Record: สำนักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์

สำนักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์

ผลการวิจัยพบว่า
1. บ้านพักอาศัย สถานที่ราชการ / สถานศึกษา โรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการต่างๆ ใช้น้ำประปาเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ น้ำฝนและน้ำบ่อ / น้ำบาดาลและน้ำคลอง พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภทมีแหล่งน้ำใช้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
2. ค่าน้ำประปาเฉลี่ยรายเดือน พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภทข้างต้น จ่ายค่าน้ำประปาแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .000)
3. การกำจัดน้ำทิ้ง / น้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท กำจัดนำทิ้ง / น้ำเสีย ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
4. การได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาจากน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ได้รับความ เดือดร้อนจากปัญหาจากน้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
5. การรับรู้ความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท รับรู้ความเดือดร้อน จากปัญหาน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .001)
6. ลำดับความสำคัญของปัญหาน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ) เรียงลำดับความสำคัญ ของปัญหาน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .000)
7. การรู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท รู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .000)
8. สื่อที่ทำให้ประชาชนรู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท รับสื่อที่ทำให้ ประชาชนรู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .000)
9. หน่วยงานที่ควรรับผิดชอบการกำจัดน้ำเสียโดยตรง พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็น ว่าหน่วยงานที่ควรรับผิดชอบการกำจัดน้ำเสียโดยตรง ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
10. ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายใน การบำบัดน้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
11. วิธีการเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการเก็บ ค่าบำบัดน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
12. การเสียค่าบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสียค่าบำบัด น้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
13. วิธีการจ่ายค่าบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการจ่ายค่า บำบัดน้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6338
ชื่อผลงานวิจัย โครงการสำรวจทัศนคติของประชาชนในพื้นที่โครงการบำบัดน้ำเสีย
คำสำคัญ(keyword) โครงการบำบัดน้ำเสีย ปี2543
ชื่อผู้วิจัย สำนักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์
สถานศึกษา สถาบันราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2544
ประเภท งานวิจัย ทุนสนับสนุนจากสำนักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏราชนครินทร์
ประวัติความเป็นมา(history) ชุมชนเมืองเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เป็นชุมชนที่แออัด มีครัวเรือนที่ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีฐานะทางครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน สาเหตุที่ประชาชนมาอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่นนั้นเนื่องมาจาก ในเมืองใหญ่ๆ เป็นแหล่งที่มีความเจริญ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น การคมนาคม การจับจ่ายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค มีไฟฟ้า น้ำประปาซึ่งจะอำนวยผลให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวมีความสุขจากเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการสื่อสารที่ทันสมัยและทั่วถึงทุกครัวเรือน และหางานทำได้ง่าย

แต่ในชุมชนเมืองก็ย่อมมีผลกระทบจากการอยู่อย่างแออัด หนาแน่นของประชากรก็ก่อให้เกิดปัญหาในชุมชนตามมาเช่นกัน อันได้แก่ ปัญหาการจราจร ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาระบบการระบายน้ำของชุมชน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหน่วยงานของทางราชการถ้าไม่มีระบบการบริหารและจัดการที่ดีย่อมสร้างความเสื่อมโทรมทั้งทางด้านวัตถุและทางด้านจิตใจให้แก่ประชาชนในชุมชนตามมา

ปัญหาหนึ่งพื้นที่ในชุมชนจะต้องประสบนั่นก็คือ ปัญหาน้ำเน่าเสีย อันเกิดจากทุกครัวเรือนใช้น้ำเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคแล้วปล่อยทิ้งน้ำเสียมาตามท่อระบายน้ำหรือตามแม่น้ำลำคลองซึ่งมีจำนวนมาก ทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเป็นมลพิษทางน้ำได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่หน่วยงานที่รับผิดชอบและประชาชนในชุมชนเมืองต้องร่วมมือกันระดมความคิดเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้สังคมนั้นๆ น่าอยู่อาศัยต่อไป

แนวคิด(concept) 1. การบำบัดน้ำเสีย

2. ชุมชนเมืองในเทศบาลเมือฉะเชิงเทรา

3. พื้นที่โครงการบำบัดน้ำเสีย

4. ทัศนคติที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

วัตถุประสงค์(objective) จัดหาข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผลเกี่ยวกับทัศนคติของประชาชนในพื้นที่โครงการบำบัดน้ำเสีย เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา สำหรับฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบายการดำเนินต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยการสรรหาผู้รับจ้างสำรวจตามแบบสัมภาษณ์ที่ อจน.กำหนด เพื่อนำมาประมวลผลตามหลักวิชาการ
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงสำรวจ (Survey research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชาชน /ผู้ประกอบการในพื้นที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จำนวน 400 คน จากประชากร 13 กลุ่ม
คำนิยาม(defination) 1. พื้นที่บำบัดน้ำเสีย หมายถึง พื้นที่โดยรอบที่มีประชาชนอยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
2. ทัศนคติของประชาชน หมายถึง ความคิดเห็นของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ที่มีส่วนได้เสียต่อระบบการบำบัดน้ำเสีย
เครื่องมือ(tool) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเข้าบริหารการจัดการระบบและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียรวมเขตพื้นที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ผู้วิจัยดำเนินการออกเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างภาคสนามด้วยตนเอง
2. เก็บรวบรวมแบบสัมภาษณ์นำมาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป
การวิเคราะห์(analysis) สถิติที่ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS เช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัยพบว่า
1. บ้านพักอาศัย สถานที่ราชการ / สถานศึกษา โรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการต่างๆ ใช้น้ำประปาเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ น้ำฝนและน้ำบ่อ / น้ำบาดาลและน้ำคลอง พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภทมีแหล่งน้ำใช้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
2. ค่าน้ำประปาเฉลี่ยรายเดือน พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภทข้างต้น จ่ายค่าน้ำประปาแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .000)
3. การกำจัดน้ำทิ้ง / น้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท กำจัดนำทิ้ง / น้ำเสีย ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
4. การได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาจากน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ได้รับความ เดือดร้อนจากปัญหาจากน้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
5. การรับรู้ความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท รับรู้ความเดือดร้อน จากปัญหาน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .001)
6. ลำดับความสำคัญของปัญหาน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ) เรียงลำดับความสำคัญ ของปัญหาน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .000)
7. การรู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท รู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .000)
8. สื่อที่ทำให้ประชาชนรู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท รับสื่อที่ทำให้ ประชาชนรู้จักองค์กรการจัดการน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .000)
9. หน่วยงานที่ควรรับผิดชอบการกำจัดน้ำเสียโดยตรง พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็น ว่าหน่วยงานที่ควรรับผิดชอบการกำจัดน้ำเสียโดยตรง ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
10. ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายใน การบำบัดน้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
11. วิธีการเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการเก็บ ค่าบำบัดน้ำเสีย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
12. การเสียค่าบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสียค่าบำบัด น้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
13. วิธีการจ่ายค่าบำบัดน้ำเสีย พบว่า ผู้ใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการจ่ายค่า บำบัดน้ำเสีย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05)
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ควรทำวิจัยประเมินผลโครงการที่หน่วยงานของทางราชการที่จัดการระบบและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียรวมเขตพื้นที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทราหลังจากที่ได้ดำเนินการไประยะหนึ่ง
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved