ผลงานวิจัย

นราทิพย์ สิงห์ทองอนันต์ - thaied

Current Record: นราทิพย์ สิงห์ทองอนันต์

นราทิพย์ สิงห์ทองอนันต์

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงากับกลุ่มที่เรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5456
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาษาไทย โดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงากับแผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
หัวข้อ(Eng) A Comparative Study of Students’ Learning Achievement on Thai Subject by Using Shadow Picture and Transparencies for Prathom Suksa 6
คำสำคัญ(keyword) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผ่นภาพโปร่งใส แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา สำนวน คำพังเพย สุภาษิต ปี2542
ชื่อผู้วิจัย นราทิพย์ สิงห์ทองอนันต์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Naratip Singthonganan
ตำแหน่ง หัวหน้าพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 3
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษา
สถานศึกษา ) แผนกจัดเก็บบางนา กองจัดเก็บค่าผ่านทาง ฝ่ายจัดเก็บค่าผ่านทาง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2542
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประวัติความเป็นมา(history) การเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในปัจจุบันนี้ต้องประสบกับปัญหาต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยทั่วไปเนื่องมาจากสาเหตุวิธีการสอนของครู ส่วนใหญ่ยังยึดการสอนแบบบรรยายซึ่งเน้นการป้อนเนื้อหาให้ผู้เรียนเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงตัวผู้เรียนว่าจะเกิดการเรียนรู้หรือไม่ เพียงไร สำหรับการสอนวิชาภาษาไทย ในบางเนื้อเรื่องเนื้อหาเป็นนามธรรม เช่น เรื่องสุภาษิต คำพังเพยไทย ครูผู้สอนไม่สามารถทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียนเรื่องนี้ได้ และนักเรียนต้องเรียนแบบท่องจำมากกว่าการเรียนด้วยความเข้าใจ เพราะครูไม่พยายามจัดหาสื่อการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียน ทำให้การเรียนวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่น่าเบื่อหน่าย นอกจากนี้ยังมิได้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนในห้องเดียวกันที่แตกต่างกันด้วย จึงสมควรอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องแก้ไขปัญหาวิธีการสอนเพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนวิชาภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 2526, 11)

วิธีการหนึ่งที่ผู้วิจัยเชื่อว่าน่าจะนำเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มีต่อการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยให้ได้ผลดี รวมทั้งให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุงแก้ไข พ.ศ.2533) ที่ได้เสนอแนวในการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้น เพื่อให้นักเรียนระดับประถมศึกษาได้เรียนรู้สุภาษิต คำพังเพยไทย ซึ่งส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจตลอดจนมีเจตคติที่ดีต่อสุภาษิต คำพังเพยไทย และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในครอบครัวและชุมชนได้ จึงก่อให้เกิดแนวคิดแก่ผู้วิจัยที่จะสร้างภาพโดยเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสุภาษิต คำพังเพยไทย ในวิชาภาษาไทย เพราะเป็นภาษาประจำชาติ โดยการใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงาและแผ่นภาพโป่งใสชนิดธรรมดาประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสุภาษิต คำพังเพยไทยที่เป็นมรดกตกทอดมาแต่โบราณและความกระตือรือร้นเร้าความสนใจของนักเรียน ใช้เป็นสื่อสร้างเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยให้กับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียนวิชาภาษาไทย เพื่อให้เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานและใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยต่อไป ดังนั้นผู้วิจัยมีความเห็นว่าควรจะได้นำเอาสื่อวัสดุฉายประเภทแผ่นภาพโปร่งใสมาประกอบการสอนเ พราะว่าเครื่องฉายแผ่นภาพโปร่งใสใช้งานใช้ทุนผลิตแผ่นภาพโปร่งใสต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อชนิดอื่น ๆ เช่น การถ่ายสไลด์ การถ่ายวิดิทัศน์ มีความคงทนกว่าการผลิตหนังสือนิทาน และใช้ได้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่ต้องการอุปกรณ์ประกอบการสอนมาก และเครื่องฉายแผ่นภาพโปร่งใสสามารถใช้สอนได้หลายวิธี เช่น ใช้ฉายภาพนิ่งธรรมดา ฉายภาพประเภทเคลื่อนไหวชนิดภาพเงา

แนวคิด(concept) 1. การสอนเรื่อง สุภาษิต คำพังเพยสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

2. เครื่องฉายแผ่นภาพโปร่งใส

3. แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดาและแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงาและวิธีการผลิต

4. การนำภาพการ์ตูนมาประกอบการสอนสุภาษิต และคำพังเพย

วัตถุประสงค์(objective) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนจากแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา หรือ Shadow Pictures และแผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดาเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนเรื่องสุภาษิต คำพังเพยไทย
สมมุติฐาน(assumption) นักเรียนที่เรียนจากแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยแผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) กลุ่มประชากรที่ศึกษา เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา ชั้นปีที่ 6 โรงเรียนสุเหร่าสามอิน สำนักงานเขตวัฒนา สังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ศึกษาวิชา ภาษาไทย ในภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2542 จำนวน 88 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับประถมศึกษา ชั้นปีที่ 6 โรงเรียนสุเหร่าสามอิน ได้รับการเลือกมา จำนวน 50 คน ที่เรียนวิชา ภาษาไทย เรื่องภาษิต คำพังเพยไทย ทำการแบ่งกลุ่มผู้เรียนโดยดูจากเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้คือ วิชา ภาษาไทย และทำการแบ่งกลุ่มตามคะแนนของผู้เรียน จากนั้นใช้วิธีการสุ่มแบบง่าย (Simple random sampling) โดยวิธีจับสลากมาจำนวน 50 คน ในการทดลองนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม จัดกลุ่มได้ ดังนี้
กลุ่มทดลองที่ 1 จำนวน 25 คน เรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา
กลุ่มทดลองที่ 2 จำนวน 25 คน เรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ การเรียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ การเรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา และการเรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา
ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คำนิยาม(defination) แผ่นภาพโปร่งใส หมายถึง สื่อการเรียนประเภทวัสดุฉายที่เราเขียนข้อความหรือวาดภาพลงบนแผ่นอาซีเตท ขนาด 9 ½ นิ้ว x 7 ½ นิ้ว และสามารถมองเห็นได้โดยการฉายให้แสงทะลุผ่านแผ่นภาพนั้น ๆ ไปปรากฏภาพบนจอ
แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา (Shadow Picture) หมายถึง ภาพที่สร้างขึ้นบนแผ่นอาซีเตท โดยทำให้ตัวละครแสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ ได้ สามารถทำให้เห็นภาพตัวละครที่ปรากฏบนจอเคลื่อนไหวได้
แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา (Transparencies) หมายถึง ภาพที่สร้างขึ้นบนแผ่นอาซีเตทชนิดเดียวกันกับแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา แต่ตัวละครไม่สามารถแสดงกริยาเคลื่อนไหวได้
เครื่องฉายแผ่นภาพโปร่งใส (Overhead Projector) หมายถึง เครื่องฉายที่ใช้ฉายแผ่นภาพโปร่งใสทั้งชนิดภาพเงาและชนิดธรรมดา หรืออาจเรียกว่าเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
สำนวน หมายถึง ถ้อยคำที่เรียบเรียง หรือใช้ว่า สำนวนโวหาร ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายอื่นแฝงอยู่
สุภาษิต หมายถึง คำกล่าวที่ดีงาม แต่กินความลึกซึ้ง น่าเลื่อมใส มีคติสอนใจใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยมากมักเป็นคำสั้น ๆ สุภาษิตที่คนไทยนิยม คือ พุทธภาษิต ภาษิตพระร่วง โบราณภาษิต ฯลฯ เช่น “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” “คบคนให้ดูหน้าซื้อผ้าให้ดูเนื้อ” และ “ดินพอกหางหมู” เป็นต้น
คำพังเพย หมายถึง คำกล่าวเชิงเปรียบเทียบ แฝงด้วยข้อเตือนใจ มักเป็นคำที่ใช้แสดงความคิดเห็นหรือติชม เป็นคำกลางเพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง เป็นคำที่มีความหมายกลาง ๆ ระหว่างคำสำนวนและคำสุภาษิต เช่น “กระต่ายตื่นตูม” “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” เป็นต้น
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนของกลุ่มตัวอย่างทั้งกลุ่ม ทดลองและกลุ่มควบคุม ที่ได้จากการสอบภายหลังสิ้นสุดการสอนตามบทเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทางการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 หมายถึง ผลที่ได้จากการเรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงาและแผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา ที่วัดได้จากแบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยใช้เกณฑ์มาตรฐาน 80/80(ชัยยงศ์ พรหมวงศ์, สมเชาว์ เนตรประเสริฐ และสุดาสินสกุล 2520, 136-137)
80 ตัวแรก หมายถึง ค่าร้อยละของคะแนนที่นักเรียนทั้งหมดทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนของผู้เรียนทั้งหมด
80 ตัวหลัง หมายถึง ค่าร้อยละของคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากเรียนของผู้เรียนทั้งหมด
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
1. แผนการสอน เรื่องโอสถศาลา (สุภาษิต คำพังเพยไทย) วิชาภาษาไทย ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 เวลาที่ใช้ในการสอนจำนวน 3 คาบ คาบละ 20 นาที
2. การสร้างแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงาจำนวน 25 ภาพ และแผ่นภาพโปร่งใสชนิด ธรรมดา จำนวน 25 ภาพ
3. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสุภาษิต คำพังเพยไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง เป็นแบบ ทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) โดยนำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง สุภาษิต คำ พังเพยไทย มาทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม ใช้เวลา 20 นาที นำคะแนนที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. นำกระดาษคำตอบของแบบทดสอบมาตรวจให้คะแนนโดยวิธี 0-1 (Zero-one Method) โดยมี เกณฑ์ว่า ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผิดหรือไม่ตอบ หรือตอบเกิน 1 ตัวเลือกให้ 0 คะแนน
3. ดำเนินการสอนนักเรียนตามแผนการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และใช้สื่อแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา และชนิดธรรมดาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ใช้เวลา 3 คาบ ๆ 20 นาที
4. เมื่อเสร็จสิ้นการทดลอง ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-Test) ทั้ง 2 กลุ่ม ด้วยแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สร้างขึ้น
การวิเคราะห์(analysis) ทดสอบต่างของคะแนนหลังทำแบบทดสอบ ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้สถิติ t-test แบบ Independent ในรูป Difference Scores
ข้อสรุป(summary) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงากับกลุ่มที่เรียนโดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการผลิตสื่อการสอน
1. ในการผลิตสื่อแผ่นภาพโปร่งใสควรหลีกเลี่ยงส่วนที่เป็นเงาซ้อนทับฉากหลัง เมื่อแสดงภาพเงา
2. การนำภาพการ์ตูนมาผลิตแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงาและชนิดธรรมดา ควรใช้วิธีวาดภาพเอง เพราะการวาดภาพสามารถวาดให้ตัวละครแสดงอาการต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้ ส่วนการเลือกใช้ภาพจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิกนั้น บางภาพไม่สามารถเลือกภาพให้ตัวละครแสดงอาการเคลื่อนไหวได้ตรงกับความหมายของสุภาษิต และคำพังเพยนั้น ๆ
3. การเลือกใช้วัสดุที่นำมาผลิตเป็นแกนชักของตัวละคร ควรใช้แผ่นพลาสติกแทน เพื่อจะได้มีความ ทนทานในการใช้งาน และควรใช้เข็มเย็บผ้า และด้ายเย็บแขนแกนชักของตัวละคนแทน
4. ในการผลิตสื่อแผ่นภาพโปร่งใสเพื่อการสอน ควรเลือกเนื้อหาและผลิตแผ่นภาพโปร่งใสที่นักเรียน ยังไม่มีความรู้มาก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและส่งผลต่อการเรียนรู้ดียิ่งขึ้น
5. ในการผลิตสื่อการสอนที่เป็นทัศนวัสดุ สามารถนำรูปแบบการเสนอแผ่นภาพโปร่งใสมาใช้ในการ ผลิตสื่อการสอนประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น นำมาถ่ายทำเป็นวิดิทัศน์ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม สะดวกและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของห้องเรียน และผู้เรียน
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนที่เรียนจากการใช้แผ่นภาพโปร่ง ใสชนิภาพเงา กับการใช้สื่อการสอนชนิดอื่น เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
2. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้สื่อแผ่นภาพโปร่ง ใสชนิดภาพเงา ในเนื้อหาวิชาอื่น หรือเนื้อหาที่สามารถเปรียบเทียบกันได้
3. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียน จากการสอนโดย ใช้สื่อแผ่นภาพโปร่งใสชนิดภาพเงา กับสื่อชนิดอื่น ๆ
ปี 2542
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved