บทความวิจัย

- thaied

Current Record:

ผลการวิจัย









































การวิจัยเรื่อง ผลของการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือ ในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีบุคลิกภาพแตกต่างกัน สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้









































1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีการใช้บทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานบนเว็บด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05









































2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีการใช้บทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานบนเว็บด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือ ที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัว มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่แตกต่างกันกับนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว









































3. กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความร่วมมือในการปฏิบัติงานกลุ่มสูงกว่า คือกลุ่มนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว กลุ่มนักเรียนที่มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความร่วมมือในการปฏิบัติงานกลุ่มต่ำกว่าคือ นักเรียนที่บุคลิกภาพแบบแสดงตัว และเมื่อพิจารณารายด้าน นักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัวจะมีคะแนนเฉลี่ยด้านการแสดงความคิดเห็นสูงกว่า นักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว และคะแนนความร่วมมือด้านความรับผิดชอบ ด้านการให้ความช่วยเหลือ ด้านการยอมรับฟังความคิดเห็น ด้านการสื่อความหมาย และด้านการใช้กระบวนการกลุ่ม นักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว มีคะแนนความร่วมมือสูงกว่านักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัว









































อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ









































ในการศึกษาเรื่อง ผลของการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีบุคลิกภาพแตกต่างกัน ผู้วิจัยอภิปรายผลการวิจัยตามสมมติฐาน 2 ข้อ และ คำถามการวิจัย 1 ข้อ









































1. สมมติฐานที่ 1

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 548
ชื่อบทความ(title) ผลของการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนการสอนแบบร่วมมือในบทเรียนภาษาอังกฤษที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีบุคลิกภาพแตกต่างกัน
ชื่อบทความ(eng) EFFECTS OF BLENDED LEARNING AND COOPERATIVE LEARNING IN ENGLISH LESSONS ON LEARNING ACHIEVEMENT OF SEVENTH GRADE STUDENTS WITH DIFFERENT PERSONALITY TYPES
ชื่อผู้เขียน นางสาววิไลพร พรมตา
ชื่อผู้เขียน(eng) Miss. Wilaiporn Promta
เนื้อหา(content) ตำแหน่ง: นิสิตระดับปริญญาโท









































วุฒิการศึกษา: ค.บ.









































สถานที่ติดต่อ: สาขาโสตทัศนศึกษา ภาควิชาหลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 087-595-7492









































อาจารย์ที่ปรึกษา: อ.ดร.จินตวีร์ มั่นสกุล









































ระยะเวลาทำการทดลอง: มิถุนายน 2551 - สิงหาคม 2551









































ประเภทงานวิจัย: วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย









































บทนำ









































ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา



















































































ในปัจจุบันนี้ คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการจัดการเรียนการสอน โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 หมวดที่ 9 ว่าด้วยเทคโนโลยีการศึกษานั้นได้กำหนดไว้ว่าผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (กรมวิชาการ,2545) ซึ่งการจัดการเรียนการสอนบนเว็บนั้นได้รับความสนใจอย่างมาก การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Instruction) เป็นการเรียนการสอนที่อาศัยโปรแกรมไฮเปอร์มีเดีย ช่วยในการสอนโดยการใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ต มาสร้างให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายโดยส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้อย่างมากมายและสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกทาง (Khan, 1997)









































นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาประเทศฉบับแรก (IT2000) กำหนดขึ้นในปี พ.ศ.2539 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ และในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาผสมผสานกับการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ผู้เรียนสามารถเรียนได้โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ (Anytime Anywhere) การเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้เรียนจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้เรียนที่รับการถ่ายทอดความรู้จากครู (Passive Learner โดยผู้เรียนจะต้องเป็นผู้คิด ตัดสินใจเลือกเนื้อหาในการเรียน การจัดลำดับความรู้ การควบคุมเส้นทางในการเรียน การนำเสนอผลงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับเนื้อหา และผู้เรียนกับสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ ซึ่งก่อให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ในยุคปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child Center) และยังสอดคล้องกับกระบวนการเรียนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) (กรมวิชาการ, 2544)









































จากจุดเด่นของการเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้มีการนำ การเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการจัดการศึกษา โดยการจัดหลักสูตรออนไลน์ให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของแต่ละคน แต่การจัดการเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มักจะประสบปัญหาคือ การออกแบบการเรียนการสอนในการเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่เหมาะสมกับแบบการเรียนของผู้เรียน การจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนในการเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกัน ย่อมส่งผลให้การเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร (Light and Light,1999; Rimmershaw, 1999; Kibby , 1999 , Shrpe, 2000 อ้างถึงใน สมสิทธิ์ จิตรสถาพร, 2545) ถึงแม้ว่าการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการเรียนการสอน แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา เช่น การมีปฏิสัมพันธ์ต่อเพื่อนมนุษย์ (Human connection) การกำกับตนเอง (Self-regulation) การเรียนรู้ด้วยตนเองและการกำหนดทิศทางต่อการเรียนของผู้เรียน (Bonk and Graham, 2006 ; Monsakul, 2006)









































แนวทางในการแก้ปัญหานี้อาจทำได้โดยการจัดการเรียนแบบผสมผสาน (Blended learning) ซึ่ง Thorne (2003) ให้ความหมายการเรียนการสอนแบบผสมผสานว่าเป็นข้อแนะนำ ในการปรับปรุงการเรียนรู้ที่ท้าทายและพัฒนาความต้องการส่วนบุคคล การเรียนการสอนแบบผสมผสานนี้เป็นการรวมนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ด้วยการมีปฏิสัมพันธ์บนการเรียนแบบออนไลน์ และการมีส่วนร่วมในการเรียนแบบดั้งเดิม การเรียนการสอนแบบผสมผสานนี้มีส่วนสนับสนุนและช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น โดยการติดต่อแบบส่วนตัวกับผู้สอน สมาคมสโลน คอนซอร์เทียม (Sloan Consortium Foundation) ได้กล่าวถึงการจัดการสอนแบบผสมผสาน (Blended learning) เป็นการเรียนการสอนที่นำเนื้อหาวิชาโดยผสมผสานวิธีเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรียนในห้องเรียนแบบเดิม (Traditional Classroom) ส่วนมากของเนื้อหานำเสนอผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น ห้องสนทนา และบางส่วนนำเสนอแบบผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง สัดส่วนของเนื้อหาที่นำเสนอทางอินเตอร์เน็ตเท่ากับ 30-79% (Sloan Consortium Foundation : 2005) และ Allen and Ure (2003 อ้างถึงใน Bonk and Graham, 2006)ได้กล่าวว่าการเรียนแบบผสมผสานคือการผสมผสานการเรียนการสอนในชั้นเรียน(Traditional Classroom) และการเรียนการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) ซึ่งเพิ่มช่องทางการสื่อสาร และรูปแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับเนื้อหา ผู้เรียนกับบริบทในการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อนตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างผู้เรียน เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด









































การเรียนแบบร่วมมือ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ร่วมมือกันในกลุ่มย่อยๆ ประมาณ 3-5 คน การเรียนแบบร่วมมือจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่างๆได้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม แสดงความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่ ผู้เรียนจะทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือกัน เพื่อให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนร่วมกัน ตามที่งานวิจัยต่างๆพบว่า การเรียนแบบร่วมมือจะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีกว่าแบบบรรยาย (โฆษิต จตุรัสวัฒนากุล, 2543) สอดคล้องกับงานวิจัยของบรูซ โทมัส แอนดริว (Brush Thomas Andrew, 1995 ) ในการทดลองใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ผลการทดลองพบว่า กลุ่มที่เรียนแบบร่วมมือมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการทดลองสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง Johnson&Johnson (1987)









































ในการเรียนแบบร่วมมือนั้นมีเทคนิคต่างๆมากมาย ซึ่งเทคนิคที่เหมาะสมจะนำมาใช้ในวิชาภาษาอังกฤษคือ เทคนิคการอ่านและการเขียนเป็นกลุ่ม (Cooperative Integrated Reading and Composition หรือ CIRC) นอกจากนี้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือยังมีเป้าหมายแบบร่วมมือในการช่วยส่งเสริมแรงจูงใจให้นักเรียนแต่ละคนเรียนรู้ทางวิชาการร่วมกัน นักเรียนจะรู้สึกว่าเพื่อนต้องการให้เขาทำดีที่สุด (Johnson&Johnson ,1987) และ Stevens R., and others. (1987 อ้างถึงใน นาตยา ปิลันธนานนท์, 2543)









































ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารจากนานาประเทศได้ไหลเข้าสู่ประเทศตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากขึ้น หลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบันใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2545) เป็นหลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้กำหนด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้ โดยได้รับการจัดลำดับความสำคัญอยู่ในกลุ่มที่สอง ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างพื้นฐานความเป็นมนุษย์ และสร้างศักยภาพในการคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดคุณภาพของผู้เรียน เมื่อเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะส่วนที่จำเป็นสำหรับเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ สำหรับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน สถานศึกษาสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ และทักษะการอ่านภาษาอังกฤษมีความสำคัญสำหรับสังคมไทยดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้บรรจุการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษไว้ในหลักสูตรการสอนวิชาภาษาอังกฤษมาตรฐานพื้นฐาน แต่ยังบรรจุในกลุ่มภาษาอังกฤษแบบเข้มอีกด้วย เพื่อให้นักเรียนไทยได้มีโอกาสฝึกฝนการอ่านมากขึ้น ทักษะการอ่านจึงเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุด และนำไปสู่การพัฒนาทักษะด้านการเขียนที่ดีได้อีกด้วย (กรมวิชาการ,2544)









































จากการทดสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ ของสำนักทดสอบทางการศึกษาได้รายงานผลการทดสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ (NT) ประจำปีการศึกษา 2549 ของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ผลการประเมินด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (GAT) ระดับประเทศมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้ารับการทดสอบ ทั้งหมด 196,436 คน จาก 11,223 โรงเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีคะแนน เฉลี่ย 12.34 คิดเป็นร้อยละ 30.86 ซึ่งร้อยละของนักเรียนที่จะมีผลการทดสอบในระดับที่ต้องปรับปรุง ร้อยละ 59.58 สำนักทดสอบทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ออนไลน์ : 2550) จากรายงานดังกล่าวทำให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีนโยบายพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนต้นแบบ พัฒนารูปแบบและเทคนิคการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน ด้านอื่นๆ เพื่อเป็นการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในนโยบายขับเคลื่อนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ปี 2550 (ออนไลน์ : 2550)









































ในการจัดเรียนการสอนสิ่งหนึ่งที่ผู้สอนต้องมีความรู้ความเข้าใจ คือ ความแตกต่างระหว่างบุคคล การที่บุคคลจะเรียนรู้ หรือเกิดความเข้าใจได้ดีหรือไม่นั้น นักจิตวิทยา กล่าวว่ามีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การเรียนรู้ การรับรู้ สติปัญญา อาจกล่าวได้ว่าเป็นความแตกต่างระหว่างบุคคล นักจิตวิทยาที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ ได้ศึกษาและเรียกรวมๆ ว่า บุคลิกภาพ เช่น Carl Gustave Jung, Adler, Maslow และ Skinner เป็นต้น Jung (1959 อ้างถึงใน อรอุมา จิรธนิตกุล,2544) ได้กล่าวถึงบุคลิกภาพว่า มีอยู่สองอย่างคือบุคลิกภาพแบบแสดงตัว (Extrovert) ซึ่งมีแนวความคิดโดยยึดเอาความจริงภายนอก หรือสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไม่ชอบทำงานหรือศึกษาโดยลำพัง แนวคิดจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นบุคคลที่ชอบเข้าสังคม ชอบมีเพื่อนมากชอบกิจกรรมที่ทำให้เกิดความตื่นเต้น ไม่ชอบความจำเจ มองโลกในแง่ดี เป็นคนที่แสดงอารมณ์ และความรู้สึกอย่างเปิดเผย และอีกประเภทหนึ่ง คือบุคลิกภาพแบบเก็บตัว (Introvert) หมายถึง ลักษณะของบุคคลที่มีแนวคิด ชอบฝันแนวคิดและการกระทำไม่ยึดถือเอาสิ่งต่างๆ และไม่ขึ้นกับสภาพแวดล้อม ชอบทำงานหรือศึกษาตามลำพัง มากกว่าที่จะทำงานกับคนอื่น ทำกิจกรรมต่างๆด้วยความระมัดระวัง และมักวางแผนล่วงหน้า เจ้าระเบียบ ซื่อสัตย์ ไม่ชอบความตื่นเต้น เป็นคนไม่ชอบแสดงอารมณ์ และความรู้สึกออกมาอย่างเปิดเผย ลักษณะบุคลิกภาพทั้งสองแบบ ที่กล่าวมา น่าจะมีความสำคัญต่อการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ดังที่ Jung ได้ให้ความเห็นไว้ว่า
ผลสรุป(summary) ผลการวิจัย









































การวิจัยเรื่อง ผลของการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือ ในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีบุคลิกภาพแตกต่างกัน สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้









































1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีการใช้บทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานบนเว็บด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05









































2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีการใช้บทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานบนเว็บด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือ ที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัว มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่แตกต่างกันกับนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว









































3. กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความร่วมมือในการปฏิบัติงานกลุ่มสูงกว่า คือกลุ่มนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว กลุ่มนักเรียนที่มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความร่วมมือในการปฏิบัติงานกลุ่มต่ำกว่าคือ นักเรียนที่บุคลิกภาพแบบแสดงตัว และเมื่อพิจารณารายด้าน นักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัวจะมีคะแนนเฉลี่ยด้านการแสดงความคิดเห็นสูงกว่า นักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว และคะแนนความร่วมมือด้านความรับผิดชอบ ด้านการให้ความช่วยเหลือ ด้านการยอมรับฟังความคิดเห็น ด้านการสื่อความหมาย และด้านการใช้กระบวนการกลุ่ม นักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัว มีคะแนนความร่วมมือสูงกว่านักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัว









































อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ









































ในการศึกษาเรื่อง ผลของการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีบุคลิกภาพแตกต่างกัน ผู้วิจัยอภิปรายผลการวิจัยตามสมมติฐาน 2 ข้อ และ คำถามการวิจัย 1 ข้อ









































1. สมมติฐานที่ 1
เอกสารอ้างอิง(reference) รายการอ้างอิง ภาษาไทย เกษมศักดิ์ ภูมิศรีแก้ว. จิตวิทยา : ศึกษาบุคลิกภาพ.กรุงเทพฯ : เอสดีเพรส การพิมพ์,2543. โฆษิต จตุรัสวัฒนากูล.ผลการเรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการสอนเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือเป็นรายบุคคลที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีระดับความสามารถต่างกัน. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต ภาควิชา หลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. นาตยา ปิลันธนานนท์. การเรียนแบบร่วมมือ. กรุงเทพฯ: แม็ค, 2543. โลจนันท์ ชลลัมพี. ผลของรูปแบบกระดานสนทนาและบุคลิกภาพที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรมการใช้กระดานสนทนาในการเรียนการสอนบนเว็บของนิสิตระดับปริญญาตรี. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชา โสตทัศนศึกษา ภาควิชา หลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. วงพักตร์ ภู่พันธ์ศรี. ผลการฝึกพฤติกรรมที่เหมาะสมในการแสดงออกที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบุคลิกภาพของนักศึกษาหญิง.วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต ภาควิชาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาววิทยาลัย, 2522. วราภรณ์ วังใน. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีบุคลิกภาพที่แตกต่างกัน ที่เรียนด้วยสถานการณ์จำลอง.วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโสตทัศนศึกษา ภาควิชา หลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2531. ศิริชัย กาญจนวาสี. สถิติประยุกต์สำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. ศึกษาธิการ,กระทรวง,กรมวิชาการ.. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา, 2543. ศึกษาธิการ,กระทรวง,กรมวิชาการ. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 .พิมพ์ครั้งที่ 3.กรุงเทพฯ: 2545 Available from: http://www.prc.ac.th/sat/report2546.pdf. ศึกษาธิการ,กระทรวง,สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. นโยบายขับเคลื่อนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2550 [On-Line]Available from : www.bopp.go.th/s/bopp/uploadcontent/ plis_1165.pdf [5 กันยายน 2550]. ศึกษาธิการ,กระทรวง,สำนักทดสอบทางการศึกษา. รายงานผลการสอบวัดคุณภาพการศึกษาระดับชาติ ปี2549. [On-Line] Available from: http://bet.obec.go.th/info_2006/result_bet2549 [5 กันยายน 2550]. สุจิตรา ศรีนวล. การพัฒนารูแบบการสอนการอ่านภาษาไทยเพื่อความเข้าใจโดยใช้กลวิธีการอ่าน-การคิด สำหรับนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษา.วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533. สมสิทธิ์ จิตรสถาพร. การศึกษารูปแบบปฏิสัมพันธ์การเรียนรู้บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของนิสิตปริญญาตรีที่มีแบบการเรียนและบุคลิกภาพที่แตกต่างกัน. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาโสตทัศนศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. อุไร สิงห์โต. ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพแบบเก็บตัวและแบบแสดงตัว กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต ภาควิชาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. อรอุมา จิรธนิตกุล. ผลของการกำกับตนเองที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนที่มีบุคลิกภาพที่แตกต่างกัน. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. ภาษาอังกฤษ Allen, I.E., & Seaman, J. Growing by Degrees Online Education in the United States : Sloan Consortium Foundation, 2005. Banister, R.L. A Comparrative Study of Extravertion Introversion Traits to Two Instruction Methods. Dissertation Abstracts International 31 February, 1973. Bonk, C. J. & Graham, C. R. The handbook of blended learning. San Fravcisco, CA: Pfeiffer, 2006. Bremer, Christine D., Vaughn, Sharon., Collaborative Strategic Reading (CSR).Clapper, Ann T,.Kim, Ae-Hwa.: Improving Secondary Students.2002. Brush, Thomas.A. The Effectiveness of Cooperative Learning for Low- and High-Achieving Students Using the Integrated Learning System. Dissertation Abstracts International. V.56 (January 1996): P.2595. Chang, J. & Shimizu,W.Collaborative Strategic Reading : Cross-age and Cross-Cultural Applications. Paper Presented at the Council for Exceptional Children Symposium on Culturallly and Linguisticallly Diverse Rxceptional Learners, New Orleans, LA.1997. Chin, Chien-Yu. Effectiveness of implementing computer-assisted language learning technology in the English for specific purpose training program. Dissertation Abstracts International. Vol. 65 No. 8 (February, 2005): P.2925. Eysenck, H.J. The Structure of Human Personality. London : Methuen Co, 1971. Harvey Singh. Building Effective Blended Learning Programs. November - December 2003. Educational Technology, Volume 43, Number 6, Pages 51-54. Johnson, D. W. and Johnson R.T. Learning Together and Alone: Cooperative, 1987. Jung, C.G. Psychological Types. London : Routledge
คำสำคัญ(keyword) blended learning/ cooperative learning/ extrovert personality/ introvert personality/ english learning achievement
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved